hfunction01@gmail.com | 064-4945578 | H-function |

วิตามินดี2-และดี3

วิตามินดี2-และดี3

วิตามินดีคืออะไร??

วิตามินดี (CALCIFEROL หรือ ERGOSTEROL)

เป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการเพื่อการรักษาภาวะสมดุลของระดับแคลเซียมในเลือดและในกระดูก เมื่อร่างกายได้รับแสงแดด ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีได้เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด ในกรณีที่ไม่ถูกแดด จำเป็นจะต้องได้รับวิตามินดีจากอาหารให้มากขึ้น

วิตามินดีเป็นสารประกอบพวก สเทอรอล ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันโรคกระดูกอ่อน รูปแบบของวิตามินดีมีประมาณ 10 หรือมากกว่า แต่มีเพียง 2 รูป ที่เกี่ยวข้องกับทางโภชนาการ

Vitamin D2/D3 คืออะไร???

วิตามินดี 2 หรือ เออโกแคลซิเฟอรอล (Vitamin D2; Ergocalciferol) วิตามินดีชนิดนี้ได้มาจากพืชและยีสต์ สำหรับวิตามิน D2 ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น

วิตามินดี 3 หรือ โคเลแคลซิเฟอรอล (Vitamin D3; Cholecalciferol) เป็นชนิดที่ได้มาจากสัตว์ และจากการสังเคราะห์ที่ผิวหนังของคนเรา โดยเมื่อผิวหนังของเราได้รับแสงแดดที่มีรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี ซึ่งเป็นรังสีคลื่นสั้น รังสีจะถูกดูดซับและกระจายตัวอยู่บนผิวหนังชั้นบน

แล้วผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงต่อไปเป็นวิตามินดี 3 อย่างรวดเร็ว

ซึ่งวิตามินทั้ง 2 แบบ จะสะสมในร่างกายในรูป แคลซิไดออล (Calcidiol) คือ 25(OH) vitamin D2 กับ 25(OH) vitamin D3 ซึ่งเป็นรูปแบบของวิตามินดี ที่ยังไม่ออกฤทธิ์ ใช้บอกระดับวิตามินดีที่สะสมในร่างกายนั่นเอง ยังๆยังออกฤทธิ์ไม่ได้

#ดีสองได้มาจากไหน?

วิตามินดีสอง (ergocalciferol or calciferor or vitamin D2) สารแรกเริ่มคือ ergosterol พบในยีสต์ เห็ด และพืช เมื่อได้รับแสงอัลตราไวโอเลต ในช่วงความถี่ 230 นาโนมิเตอร์ (nm) จะสามารถเปลี่ยนเป็น ergocalciferol และ vitamin D2ได้

#ดีสามได้มาจากไหน??

วิตามินดีสาม (cholecalciferol or activeted 7-dehydrocholesterol or vitamin D3) จะพบในเซลล์ของคนและสัตว์ โดยผิวหนังมีสาร 7-dehydrocholesterol เมื่อถูกแสงอัลตราไวโอเลต จากแสงแดด หรือจากเครื่องมือ ในช่วงความถี่ 275-300 นาโนมิเตอร์ (nm) จะสามารถเปลี่ยนเป็น cholecalciferol หรือ vitamin D3 ได้ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นบนผิวหนังในชั้น granulosum 7- dehydrocholesterol สามารถสร้างขึ้นได้จากคอเลสเทอรอลที่ผนังลำไส้เล็กแล้วส่งผ่านไปยังผิวหนัง อบากบอกเลยว่า ไม่ต้องไปซื้อหามากินเลยครับ ไปอาบแดดในเวลาที่เหมาะสม เราก้อได้วิตามินดีมาฟรีๆแล้ว

#วิตามินดีทั้งคู่จะออกฤทธิ์ได้ก้อต่อเมื่อ?

วิตามินดีจะถูกเปลี่ยนแปลงครั้งแรกที่ตับโดยการเติม OH group ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 25 ได้เป็น 25-hydroxyvitamin D หรือ 25(OH)D หรือ calcidiol และครั้งที่สองที่ไตโดยเติม OH group ที่คาร์บอนตำแหน่ง 1 กลายเป็น 1,25-dihydroxyvitamin D หรือ1,25(OH)2D หรือ calcitriol ซึ่งเป็น active form หรืออาจจะเติมที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 24 ได้เป็น 24, 25- dihydroxyvitamin D หรือ 24 ,25(OH)2D ซึ่งเป็น inactive form

สรุปแล้ว ยังไงๆวิตามินดีทั้ง 2 ก้อต้องเปลี่ยนไปเป็น แคซิไตรออล (#Calcitriol) มีสูตรทางเคมียาวๆคือ 1,25 (OH)2Vitamin D2 กับ 1,25 (OH)2 Vitamin D3 ซึ่งแคซิไตรออลเป็นรูปวิตามินดีที่ออกฤทธิ์ จะไปจับกับตัวรับวิตามินดีของเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ต่อไป น่านเอง

#ในคนเราทั้งคู่แรงพอๆกัน

พบว่าทั้ง vitamin D2 และ vitamin D3 มีความแรงพอๆกันและสมมูลกันในมนุษย์ แต่ vitamin D2 จะแรงมากกว่าในหนู และ vitamin D3 จะแรงมากกว่าในไก่

และพบว่า vitamin D2 มี ประสิทธิภาพประมาณ 30% เมื่อเทียบกับ vitamin D3 ในการคงระดับ serum 25-hydroxyvitamin D โดยการให้ vitamin D3 cap. 1000 IU/day หรือ vitamin D2 cap. 3000 IU/day

#แหล่งของวิตามินดีที่ร่างกายต้องการ

1. แสงแดดจากดวงอาทิตย์ ในช่วงเวลาประมาณ 11.30 – 13.30 น. เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

2. การรับประทานอาหาร โดยอาหารที่เป็นแหล่งสำคัญของวิตามิน D3 ได้แก่น้ำมันตับปลา ไข่แดง นม เนย ตับสัตว์ ปลาที่มีไขมันมากบางชนิด ส่วนอาหารที่พบวิตามิน D2 ได้แก่เห็ดและสาหร่าย เป็นต้น

3. การกินวิตามินดีเสริม (supplement) คือการให้รับประทานวิตามินดี 2 เพิ่มเติม แต่อาจจะเสี่ยงต่อการเป็น Hyper calcification ได้

4. แหล่งอาหารจากธรรมชาติ อร่อยด้วย ได้วิตามินดีด้วย ได้แก่ นม ไข่แดง ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาดี ปลาแม็คเคอร์เรก เป็นอาหารที่นิยมเสริมวิตามินดี เพราะเป็นอาหารที่มีแคลเซียม ฟอสฟอรัสและไขมัน ที่จะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมจากลำไส้เล็ก

ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ: สาระสุขภาพยาน่ารู้โดยเภสัชกรอุทัย

https: //www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=609258062551089&id=216848761792023&substory_index=0